ข่าว (News)

ดีเดย์ ต.ค.ฉีดวัคซีน 24 ล้านโดส เล็ง “ไฟเซอร์” กลุ่ม 12 ปีขึ้นไป

ศบค.เปิดแผนจัดสรรวัคซีน COVID-19 ช่วง 3 เดือนสุดท้าย ไทยจะมีวัคซีนเข้ามาอีก 71 ล้านโดสทั้งซิโนแวค แอสเตราเซเนกา และไฟเซอร์ นำร่องต.ค.นี้ 24 ล้านโดส ใช้สูตรใหม่ฉีดพร้อมกัน 5 กลุ่มเป้าหมาย เริ่มฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มอายุ 12-18 ปีขึ้นไปผู้ปกครองต้องยินยอม

วันนี้ (10 ก.ย.2564) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 (ศบค.) กล่าวว่าที่ประชุมศบค.พิจารณาแผนการจัดหาวัคซีน COVID-19 ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 64 หลังจากมีมีวัคซีนชนิดต่างๆ ทยอยเข้ามาแล้ว โดยอีก 3 เดือนจะมีตัวเลขวัคซีนเข้ามาอีก 71 ล้านโดส แบ่่งเป็นในต.ค.นี้ จะมีเข้ามาอีก 24 ล้านโดส แบ่งเป็นแอสตราเซเนกา 10 ล้านโดส ซิโนแวค 6 ล้านโดส และไฟเซอร์ 8 ล้านโดส ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการฉีดวัคซีนให้คนไทย

โฆษก ศบค.กล่าวว่า ส่วนเดือนพ.ย.นี้จะมีวัคซีนเข้าไทยอีก 23 ล้านโดส แบ่งเป็น แอสตราเซเนกา 13 ล้านโดส ไฟเซอร์ 10 ล้านโดส ส่วนเดือนธ.ค.นี้อีก 24 ล้านโดส แบ่งเป็น แอสตราเซเนกา 14 ล้านโดส และไฟเซอร์ 10 ล้านโดส

ภาพรวมมีวัคซีนชนิดต่างๆที่จะเข้าไทยจนถึงปลายปีนี้ ทั้งที่จัดซื้อและการบริจาคทั้งหมด 152.9 ล้านโดส แบ่งเป็น ซิโนแวค 31.5 ล้านโดส แอสตราเซเนกา 62.9 ล้านโดส ไฟเซอร์ 31.5 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 25 ล้านโดส และโมเดอร์นา 2 ล้านโดส
อ่านข่าวเพิ่ม ศบค.เคาะคงเคอร์ฟิว -​ พื้นที่สีแดงเข้ม 29 จว.ถึง 30 ก.ย.นี้

วัคซีน 24 ล้านโดสฉีดใคร-ใช้สูตรไหน
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมศบค.ได้พิจารณาจัดสรรวัคซีน 24 ล้านโดสที่จะเข้ามาในช่วง 27 ก.ย.-31 ต.ค.นี้ โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1.ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใช้สูตรวัคซีน ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา ,แอสตราเซเนกา-แอสตราเซเนกา ,แอสตราเซเนกา-ไฟเซอร์ จำนวน 16.8 ล้านโดสคิดเป็น ร้อยละ 70 ในเดือนต.ค.นี้

2.กลุ่มนักเรียน ที่มีอายุ 12-17 ปี ฉีดไฟเซอร์เข็ม 1 และ 2 จำนวน 4.8 ล้านโดสคิดเป็นร้อยละ 20

3.กลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม ใช้สูตรซิโนแวค-แอสตราเซเนกา จำนวน 0.8 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 3  

4.หน่วยงานอื่นๆ เช่น องค์กรภาครัฐ ราชทัณฑ์ ใช้สูตร ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา จำนวน 1.1 ล้านโดส ร้อยละ 5 และ 5.ผู้ได้รับวัคซีน ซิโนแวคครบ 2 เข็ม และต้องการเข็มกระตุ้น(เข็มที่3) ใช้สูตรซิโนแวค-ซิโนแวค-แอสตราเซเนกา จำนวน 0.5 ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ 2

นำร่องกลุ่มเด็กมัธยม/ปวช.-ปวส.
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ในกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายเน้นนักเรียน นักศึกษาระดับม.1-ม.6 หรือระดับปวช.ปวส.หรือเที่ยบเท่า โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือช่วงแรกจะฉีดสำหรับนักเรียนม.4 /ปวช./ปวส.และระยะถัดไปจัดสรรสำหรับระดับชั้นอื่นๆแต่ให้บริการผ่านสถาบันการศึกษา

การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับกลุ่มเด็ก 12-18 ปี จะต้องไม่ปิดบังผลของการฉีดวัคซีน ต้องรายงานผลที่เกิดขึ้น เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ที่สำคัญต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและขอให้เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ
สำหรับการฉีดวัคซีนในกลุ่มนักเรียนจะเริ่มตั้งแต่เดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยให้ประสานกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนวัคซีนเข็มกระตุ้น ขณะนี้เริ่มใช้ในพื้นที่โครงการภูเก็ตแซด์บ็อกซ์ โดยได้มีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนพอสมควร แม้ว่าจะมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ลดการเจ็บป่วยรุนแรง จึงต้องมีการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มกระตุ้น เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อ COVID-19 จะใช้ 1-3 เดือนหลังหายแล้ว และพ้นระยะการกักตัว

อ่านข่าวเพิ่ม ไทม์ไลน์ “ฉากทัศน์โควิดไทย” 63-64 คลายล็อกสวนทางคาดการณ์ระบาด

โควิดระบาดโรงงาน952 แห่งติดเชื้อ 65,000 คน
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รายงานสถานการณ์โควิดในโรงงาน พบมีตัวเลขทั้งหมด 952 แห่ง ผู้ติดเชื้อสะสม 65,000 คน หายป่วยแล้ว 25,000 คนพบการระบาดใน 32 จังหวัดที่มีโรงงานโดยเฉพาะที่เพชรบุรี ติดเชื้อสูงสุด 7,467 คน รองลงมาสมุทรปราการ 4,057 คน ฉะเชิงเทรา สระบุรี และสมุทรสาคร ทั้งนี้การระบาดส่วนใหญ่พบในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร รองลงมาอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องนุ่งห่ม โลหะและพลาสติก พบอัตราการป่วยมากช่วง พ.ค-ส.ค.นี้ 

จำเป็นต้องทำมาตรการบับเบิลแอนด์ซีล ในสถานประกอบการเป้าหมายคนงาน 140,000 คน ใน 30,000 โรงงาน ซึ่งขณะนี้มีโรงงาน 10% หรือ 3,000 แห่งใช้มาตรการนี้

Back to top button