ข่าว (News)

บ.รถยนต์ ชี้แจงปมติดสินบน ยอมรับจ่าย 360 ล้านให้ สนง.กฎหมาย

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถยนต์ เข้าชี้แจงข้อร้องเรียนติดสินบนผู้พิพากษา โดยยอมรับว่าจ่ายเงิน 360 ล้านบาทให้สำนักงานกฎหมายจริง ขณะที่ กมธ.ป.ป.ช.เดินหน้าสอบต่อขอเอกสารเพิ่ม ทำความจริงให้ปรากฏ

วันนี้ (8 ก.ย.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) เชิญกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถยนต์ เข้าชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนติดสินบนผู้พิพากษาระดับสูงของศาลยุติธรรมไทย เพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ.ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ได้มีการตรวจสอบมาหลายครั้ง โดยได้มีการเชิญเลขาธิการศาลยุติธรรมมาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นการตรวจสอบแบบคู่ขนาน เพื่อหาความจริงให้ปรากฏว่าคดีนี้มีข้อเท็จจริงอย่างไร โดยไม่มีการตั้งธง ซึ่งในการประชุมวันนี้ได้เชิญกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถยนต์ เข้าชี้แจง พร้อมด้วยตัวแทนสำนักงานกฎหมายที่รับช่วงต่อในการทำคดีนี้ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์เข้าชี้แจง

โดย กมธ.ป.ป.ช.ได้สอบถามถึงกระบวนการว่าจ้างว่าเป็นอย่างไร และสอบถามถึงกรณีรายได้จากหลักแสน แต่กลับก้าวกระโดดมาเป็นหลักร้อยล้านบาทได้ในเวลาไม่กี่ปี และเป็นช่วงเวลาที่มีความทับซ้อนกันกับคดี ซึ่งสำนักงานกฎหมายก็ยังไม่สามารถตอบได้ และขอไปตรวจสอบระบบการว่าจ้างว่าจ้างให้ทำอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม ทางกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถยนต์ ยอมรับว่าได้มีการว่าจ้างสำนักงานกฎหมายเพื่อทำคดีนี้ไปแล้ว 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 360 ล้านบาท

นายธีรัจชัย กล่าวอีกว่า กมธ.ป.ป.ช.ได้ขอเอกสารเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเอกสารการที่ทางบริษัทรถยนต์ชี้แจงกับกับสหรัฐฯ และเอกสารการว่าจ้างสำนักกฎหมาย เพื่อมาประกอบการพิจารณา หลังจากที่ได้เอกสารทั้งหมดก็จะมีการเชิญกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทรถยนต์ มาชี้แจงอีกครั้ง ซึ่ง กมธ.ป.ป.ช.จะทำความจริงให้ปรากฏ เรื่องนี้ถือว่าก้าวขยับขึ้นมา เพราะเรื่องภาษีมีมูลค่าถึง 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นคดีที่มีมูลค่ามาก ต่างฝ่ายต่างก็อ้างความชอบธรรม ในส่วนของบริษัทรถยนต์ก็อ้างเรื่องข้อยกเว้นต่างๆ

ส่วนฝ่ายกรมศุลกากรก็อ้างว่าการนำเข้าชิ้นส่วนที่สามารถเอามาประกอบได้ 80% ขึ้นไป สามารถเสียภาษีได้เหมือนเป็นรถทั้งคัน ซึ่ง 2 สิ่งนี้จะเป็นเงื่อนงำนำไปสู่ที่มีการกล่าวหาที่สหรัฐฯ ว่ามีการใช้สำนักงานกฎหมาย ซึ่งไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ ยังต้องพิสูจน์ต่อไปถึงชื่ออดีตตุลาการและเป็นตุลาการระดับสูงของประเทศไทยหรือไม่ โดย กมธ.ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างละเอียด

Back to top button