ข่าว (News)

“อัจฉริยะ”นำเหยื่อถูกอายัดรถหรู ร้อง ปปป.

“อัจฉริยะ” นำเหยื่อถูกอายัดรถหรู ร้อง ปปป. หลังถูก DSI ยึดรถ 37 คันนานกว่า 9 ปี
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำนายมนตรี เกตุจรัส ผู้ประกอบการประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ผู้เสียหายถูกยึดอายัดรถหรูที่ถูกขบวนการใหญ่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) ที่ทำคดีพิเศษเรื่องรถหรู 7,000 คัน ใช้งบค่าทำคดี 200,000 บาท/คัน ที่อาจเข้าข่ายการทุจริตเงินค่าทำคดีรถหรูโดยมิชอบ, การคืนรถอายัดรถหรูโดยมิชอบและการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในคดีพิเศษรถหรู 7,000 คัน โดยมีเจตนาไม่สุจริต ซึ่งทำกันเป็นขบวนการใหญ่และเกี่ยวพันกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ ในคดีรถหรูเข้าร้องต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป.

นายมนตรี เปิดเผยว่า ถูก DSI ยึดรถไปแล้วกว่า 9 ปี จำนวน 37 คัน ได้คืนมาแล้ว 9 คัน เหลืออีก 28 คันที่ถูกยึดอายัดไว้อยู่

ด้านนายอัจฉริยะ ระบุว่า ในส่วนของกรณีรถหรูที่ถูกไฟไหม้ 6 คันที่ จ.นครราชสีมานั้นเป็นการอุปโลกน์คดีพิเศษขึ้นมาทั้งสิ้น เนื่องจากมุ่งหวังในเรื่องของรางวัลนำจับร้อยละ 55 เช่นเดียวกับกรณีของ อดีตผกก.โจ้ตาม พ.ร.บ.กรมศุลกากร มาตรา 7 และต้องการผลประโยชน์จากงบประมาณของรัฐ คือ ค่าทำคดี 200,000 บาทต่อคัน จึงเป็นที่มาในการเข้าร้องต่อ บก.ปปป. ให้ดำเนินการสอบสวนต่อเพื่อหาคนที่กระทำความผิด

ตั้งแต่ในช่วงวาระของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและพวก จนถึงอธิบดีฯคนปัจจุบัน เพราะว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ทั้งนี้ ยังเป็นการแสดงให้เห็นด้วยว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ DSI ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เป็นการลวงโลกและมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น

นายอัจฉริยะ ยังกล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการส่งคนมาเจรจาด้วยว่าขอให้ไม่มาแถลงข่าว อ้างว่าจะถอนฟ้องคดีที่ DSI ได้ไปแจ้งความหมิ่นประมาทในข้อหาที่ผู้ต้องหาผูกคอตายในห้องขัง และศาลมีคำสั่งว่ามีผู้ทำให้ตายด้วย

อย่างไรก็ตาม จากนี้จะมีการพูดคุยกับทาง ปปป. ในรายละเอียดต่อไป เชื่อว่าจะมีการขยายผลต่อ รวมถึงมั่นใจด้วยว่าผู้เกี่ยวข้องคดีรถหรูทุกคนจะถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีฯคนใดก็แล้วแต่

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

Back to top button