ข่าว (News)

โอบรับมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ในขณะที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังใช้ประโยชน์จากการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประเทศไทย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็กำลังมองหาที่จะเน้นให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เพื่อดึงดูดตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีความฉลาด นักเดินทางในอนาคต ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ซึ่งพบเห็นและจัดทำเป็นเอกสารได้ง่ายกว่า ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้นั้นซับซ้อนกว่ามากในการระบุและรวบรวม ส่งผลให้ขาดข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในประเทศไทยที่เชื่อถือได้และแม่นยำอย่างมากมาย สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ก้าวเข้ามาจัดการงานนี้ด้วยระบบรวบรวมข้อมูลรูปแบบใหม่ที่แนะนำโดย UNESCO และ GSTC (Global Sustainable Tourism Council) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย “การเก็บรวบรวมข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในประเทศไทยนั้นเคยทำมาก่อนโดยองค์กรต่างๆ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน และรวมกันเป็นฐานข้อมูลหลักของประเทศ” ผศ.ดร. ผศ.ดร.ปราม ศุนย์สมุทร รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการ อธิบาย “แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำมาตรฐานระดับโลกในการรวบรวมข้อมูลมาใช้อย่างเหมาะสม และฐานข้อมูลที่มีขนาดเล็กถึงระดับชุมชนนั้นหายาก งานของเรา ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายามครั้งแรกในการจัดระบบฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาและอนุรักษ์ต่อไป และเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆ ที่ต้องการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของตนเอง มรดก.” ยูเนสโกให้ความกระจ่างเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมมากกว่า ปีที่ผ่านมา ในขณะที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเริ่มแพร่หลายไปทั่วโลกใน 2010 โดยคิดเป็นประมาณการ 40% ของการท่องเที่ยวทั้งหมดทั่วโลก การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายระดับชาติของประเทศไทยและกระบวนทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยวของประเทศที่จะใช้ประโยชน์จากการนำเสนอทางวัฒนธรรมในทุกแง่มุม “เรามีนักเดินทางที่มาประเทศไทยเพื่อดื่มด่ำกับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวที่เพียงพอและชื่นชมอนุสรณ์สถานทางวัฒนธรรมของเรา แต่ในอนาคต เราจะเห็นนักเดินทางจำนวนมากขึ้นที่ต้องการซึมซับวัฒนธรรมการดำรงชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของเราและชื่นชมวิถีชีวิตไทยอันหลากหลาย ปัญหาของวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้คือการระบุอาจเป็นเรื่องยาก และแนวทางที่ไม่ถูกต้องในการใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมดังกล่าวอาจรบกวนความถูกต้องของวัฒนธรรมได้” ดร. ปรามกล่าว ดร.ปรามกล่าวว่า วัฒนธรรมวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เก่าหรือมาจากยุคอดีตเท่านั้น เป็นวัฒนธรรมในวิถีชีวิตปัจจุบันของผู้คนซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันและจะส่งต่อ อาจเป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่อาหารง่ายๆ ในท้องถิ่นและการแต่งกายตามประเพณีของชาวเมืองในแต่ละวัน ไปจนถึงบางสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่า เช่น พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ แต่น่าเสียดายที่ “วัฒนธรรม” จำนวนมากได้รับการประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวเท่านั้น และสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวไม่สามารถนับเป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ “ยกตัวอย่างการบิณฑบาต” ดร.ปรามกล่าว “ถ้าผู้คนยังคงทำ เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมประจำวันนี้ และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป มันจะเป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าพิธีกรรมหายไปและฟื้นขึ้นมาเพียงเพื่อการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยว เราไม่สามารถนับว่าเป็นวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ไม่จำเป็นต้องมีอายุร้อยปีก็สามารถเป็นเมนูที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัตถุดิบพื้นบ้าน กาแฟท้องถิ่น สิ่งทอท้องถิ่น งานฝีมือท้องถิ่น และศิลปะ อะไรก็ได้ที่ยังคงมีอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบันของ คนในท้องถิ่น “เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลถูกต้อง เราต้องพูดคุยกับคนในท้องถิ่นและใช้เวลาตรวจสอบ ไม่มีใครรู้และเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นเหมือนคนในท้องถิ่น ดังนั้น ด้วยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนี้ อันดับแรก เราให้ความรู้แก่คนในท้องถิ่นเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อให้พวกเขาสามารถระบุสินทรัพย์ที่พวกเขามีในชุมชนของตนเองและวิถีชีวิตปัจจุบันของพวกเขา จากนั้นเราจะแนะนำพวกเขาผ่านรูปแบบการรวบรวมข้อมูลบางรูปแบบ และช่วยพวกเขาร่างรายงานที่มีรายละเอียดและคำอธิบายที่เพียงพอ ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปใช้เพื่อรับรางวัลและการรับรองระดับนานาชาติ เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อการเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อรักษาไว้ได้ “นี่คือการรวบรวมข้อมูลตามชุมชน ซึ่งเราให้คำปรึกษาเท่านั้น ไม่ได้กำหนด เราปล่อยให้ชุมชนท้องถิ่นเลือกและเลือกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่พวกเขาคิดว่าเป็นตัวแทนที่สำคัญของวัฒนธรรมของพวกเขา เราไม่ได้เข้าไปเลือกทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำหรับพวกเขาและขอให้พวกเขาส่งเสริมมันอย่างภาคภูมิใจ มันไม่ยั่งยืนแบบนั้น นอกจากนี้ แนวทางนี้ยังนำผู้คนในชุมชนมารวมกันและสร้างความภาคภูมิใจและความเป็นเจ้าของ พวกเขาสามารถเห็นภาพรวมของสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่พวกเขาเสนอ และทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้านการท่องเที่ยวต่อไป” การรวบรวมข้อมูลโดยความร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เริ่มขึ้นเมื่อต้นปีนี้ในย่านเมืองเก่าของเชียงรายและน่าน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปีหน้า ข้อมูลที่รวบรวมและประมวลผลจะกลายเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ฟรี “ประเทศไทยมีทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มากมาย และไม่มีฐานข้อมูลที่เหมาะสมและเป็นระบบเพียงพอที่เราสามารถใช้ประโยชน์ได้ เราหวังว่าการรวบรวมข้อมูลตามชุมชนอย่างเป็นระบบที่เราทำเพื่อเชียงรายและน่านจะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และช่วยนำพาประเทศไทยไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืนในปีต่อๆ ไป” ดร.เปรม กล่าว สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งขึ้นใน 2010 เพื่อดำเนินการและนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับไทย-ไทยศึกษาสู่สาธารณชน ย้อนกลับไป 1975 สถาบันได้ชื่อว่าเป็นโครงการไทยศึกษา สังกัดกรมวิชาการ ต่อมาได้แปรสภาพเป็นสถาบันวิจัยเพื่อการศึกษาไทย มอบหมายให้ดำเนินการวิจัยและเผยแพร่ความรู้ และสร้างเครือข่ายทั่วโลกสำหรับการศึกษาไทย โดย วีณา ทัพกระเจา พร้อมรายงานเพิ่มเติม โดย มานตา คลังบุญครอง

  • Trang chủ
  • กีฬา (sport)
  • ข่าว (News)
  • ความบันเทิง (entertainment)
  • ดนตรี (Music)
  • สุขภาพ (Health)
  • อาหาร (Food)
  • Back to top button