ข่าว (News)

น้ำพองล้นพนังกั้นท่วมต.บึงเนียม ขอนแก่นแล้ว

น้ำพองล้นพนังกั้นน้ำไหลท่วมพื้นที่ ต.บึงเนียมแล้ว ประชุมผู้นำชุมชนเตรียมรับมือน้ำท่วมและอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับ ต.พระลับ อ.เมือง จุดบรรจบของเส้นทางน้ำ ทั้งน้ำจากห้วยพระคือ ซึ่งเป็นน้ำที่ระบายจากในเขตเทศบาลนครขอนแก่น น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ไหลมากับลำน้ำพอง และน้ำจากแม่น้ำชี ที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิโดยพบว่าขณะนี้ถนนเส้นทางเลียบพนังกั้นน้ำจากแม่น้ำพอง ในพื้นที่บ้านคุยโพธิ์ ม. 6 มวลน้ำได้ทะลักข้ามพนังกั้นน้ำท่วมแล้ว โดยจุดแรกยาวประมาณ 100 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม. ช่วงที่ 2 เป็นช่วงของถนนจากบ้านคุยโพธิ์ ม.6 ไปบ้านปากเปือย ม.7 เป็น ระยะทางประมาณ300 เมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีพนังกั้นน้ำน้ำได้เอ่อล้นท่วมถนนและไหลท่วมทุ่งนา

 

 

ขณะที่ นายณัฐพงศ์ เดชแพง นายกเทศมนตรีตำบลบึงเนียม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้พาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจในจุดที่ถูกน้ำท่วมถนน ซึ่งพบว่า น้ำไหลเร็ว กัดเซาะผิวถนน บางช่วงเริ่มเป็นหลุมลึก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตั้งสัญญาณเตือนและจัดเวรยามเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างเข้มงวด

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลบึงเนียม มีทั้งหมด 12 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมคือบ้านปากเปือย ,บ้านบึงสวาง ,บ้านคุยโพธิ์ และบ้านบึงใคร่นุ่น ประมาณ 400 หลังคาเรือน ส่วนมวลน้ำที่เอ่อล้นท่วมในครั้งนี้เป็นน้ำพอง ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น เพราะเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น

“ขณะนี้น้ำยังไม่ท่วมหมู่บ้าน เป็นเพียงน้ำเอ่อจากลำน้ำพองล้นข้ามถนนและพนังกั้นน้ำ ที่ยังไม่ๆไหลเข้าหมู่บ้าน อีกทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกัน ปิดกั้นน้ำมีจุดที่เอ่อล้นพนังในพื้นที่บ้านปากเปือยแล้ว น้ำจึงยังไม่ท่วมหมู่บ้าน ในขณะเดียวกันก็ได้ประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการเตรียมความพร้อม หากน้ำท่วมต้องอพยพชาวบ้านไปอยู่มในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและคนชรา ต้องเร่งสำรวจและรีบนำออกจากพื้นที่ได้ทันที รวมถึงได้ประสาน ปภ.จ.ขอนแก่น และทกหารใมนการมาช่วยอพยพชาวบ้านในพื้นที่ ออกจากบ้านทันทีหากน้ำท่วม”

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

Back to top button