ข่าว (News)

โคราชลำน้ำมาศเชี่ยวกรากจมน้ำวันเดียวดับ2ศพ

โคราช-นักเรียนลงไปเล่นน้ำถูกท่อดูดจมน้ำเสียชีวิต อีกเคส หนุ่มใหญ่กระโดดเล่นน้ำถูกกระแสน้ำซัดจมหาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิต บริเวณลำน้ำมาศ บ้านช่องแมว หมู่ที่ 12 ตำบลประสุข อำเภอชุมพวงจึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาชุมพวง ในที่เกิดเหตุเป็นลำน้ำมาศ โดยมีกระแสน้ำไหลแรงมาก จากการสอบถามนาย ชะอ้อน เต็มสุข อายุ 67ปี ซึ่งเป็นตาน้อง เบส อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.4 โรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม บอกว่า

 

 

เมื่อช่วงวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 11.00 น. น้องเบส ผู้เสียชีวิตได้ไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ประมาณ 5-6 คน บริเวณลำน้ำมาศ ในขณะที่กำลังเล่นน้ำกันอยู่นั้น น้องเบส ผู้ตาย ได้ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวดูดลงไปบริเวณท่อน้ำ ต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆโดยไม่มีใครสามารถช่วยน้องเบสขึ้นมาได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรงมาก เพื่อนๆจึงได้โทรแจ้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาอำเภอชุมพวงได้มาถึงที่เกิดเหตุและได้เร่งช่วยกันค้นหาร่างของน้องเบสแต่ก็ไม่พบ ผู้ปกครองจึงได้ทำพิธีขอขมาเจ้าแม่คงคาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พบร่างน้องเบส จนในที่สุดหน่วยกู้ภัยก็มาพบร่างของน้องเบส ช่วงเวลา 18.00 น.วันนี้ 11 ต.ค.64 ลอยขึ้นมาติดอยู่ริมฝั่งน้ำ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร

ในวันเดียวกันนี้ (11 ต.ค.64) เวลาประมาณ 11.00 น. นายศุภชัย แต้มพิมาย อายุ 48 ปี อยู่บ้านช่องแมว ตำบลประสุข อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกันกับน้องเบสผู้ตาย ได้ลงไปเล่นน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยกันค้นหาร่างของน้องเบส นายศุภชัย ฯ ได้กระโดดลงไปเล่นน้ำบริเวณลำน้ำมาศ

ซึ่งห่างจากจุดน้องเบส เสียชีวิตประมาณ 400 เมตร อยู่ดี นายศุภชัยฯ ก็ถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านที่กำลังช่วยกันค้นหาร่างของน้องเบส ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิต ถึง 2 คน พบร่างแล้ว 1 คน คือ น้องเบส ส่วน นายศุภชัยฯ ยังไม่พบร่าง ทางเจ้าหน้าที่จะทำการค้นหาต่ออีกในวันพรุ่งนี้ 12 ต.ค.64 เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและมืดมาก

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

Back to top button